หน้าแรกผู้จัดการ Online | สัมภาษณ์
 

คมสัน โพธิ์คง :ประชาชนมีสิทธิ์ใช้อำนาจตามม. 3ได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2556 10:03 น.

	คมสัน โพธิ์คง :ประชาชนมีสิทธิ์ใช้อำนาจตามม. 3ได้
คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการฝีปากคม อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ถกเถียงกันพอสมควรกับอำนาจมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.ได้ประกาศว่า ทำการยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นรัฐบาลโมฆะแล้ว คือ การให้อำนาจไปสู่ประชาชนโดยตรงอีกครั้ง
       
       ขณะเดียวกันในทางหนึ่งเป็นประเด็นต่อยอดให้ประชาชนสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 7 นายกรัฐมนตรีพระราชทาน โดยความเป็นจริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ ทาง ASTVผู้จัดการออนไลน์ ได้พูดคุยกับ นายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการฝีปากคม อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถึงประเด็นดังกล่าว รวมไปถึงวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองขณะนี้ว่าจะเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปประเทศได้หรือไม่
       
       - มาตรา 3 ในตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจกลับคืนไปสู่ประชาชนสามารถใช้ได้หรือไม่
       อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนตามโครงสร้างอำนาจของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งประกอบไปด้วย ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการและองค์กรอิสระ แต่ถึงอย่างไรอำนาจที่กล่าวมาก็มาจากประชาชนก่อน ถ้าส่วนใดประพฤติไม่ชอบก็มีสิทธิ์ถูกตรวจสอบ โดยหลักแล้วอำนาจอธิปไตยของปวงชนมาจาก สัญญาประชาคม หมายถึง ทฤษฎีสัญญาประชาคม อันเป็นนัยตามหลักกฎหมายธรรมชาติ มีลักษณะเป็น สำนึกของจริยธรรม ที่ผู้ปกครองควรตระหนักถึง ที่มี โทมัส ฮอบส์ จอห์น ล็อก ฌ็อง-ฌัก รูโซ เป็นคนริเริ่มแนวคิด ประเด็นนี้หมายความว่าหากรัฐบาลใช้อำนาจโดยกดขี่ขมเขงประชาชน หรือใช้อำนาจโดยเห็นแก่ตัวแล้วประชาชนมีสิทธิ์ถอดถอน ซึ่งใช้อำนาจนั้นได้รวมไปถึงใช้กำลังถ้ามีความจำเป็น เนื่องจากรัฐบาลได้ฉีกสัญญาของประชาชนในการใช้อำนาจไม่ชอบ
       
       ขณะเดียวกัน ประชาชนก็อาจตั้งคำถามได้ว่าหากเกิดการเลือกตั้งขึ้นมาอีก นักการเมืองก็จะเข้าสู่แบบเดิมคือเข้ามาโกงกิน ใช้อำนาจไม่ถูกไม่ควร ดังนั้นประชาชนก็อยากที่จะแก้กติกาก่อน โดยปกติรัฐก็ต้องเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหา แต่ตอนนี้ประชาชนเห็นว่าขาดการไว้วางใจ กระบวนการจึงต้องย้อนกลับมาสู่ประชาชนเองก็จะเข้าล็อคตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลหมดความชอบธรรมประชาชนมีสิทธิ์ใช้อำนาจตามมาตรา 3ได้
       
       มาตรา 3 จึงสามารถใช้ได้เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน หลายครั้งที่ฝ่ายเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยก็นำมาอ้างตลอดเวลา ตอนที่ละเมิดอำนาจศาล 9ข้อ ที่ข้อแรกอ้างเลยว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ตอนที่กลุ่มเสื้อแดงไปไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็อ้างว่าจะเอาอำนาจกลับคืนมาเป็นของประชาชน กล่าวคือมาตรา 3เป็นหลักการที่จะอธิบายสัญญาประชาชมที่ยกตัวอย่างไป
       
       สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหมายถึงประชาชนจะใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรง ในเงื่อนไขตามปกติสภาประชาชนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ในปัจจุบันเป็นภาวะที่ไม่ปกติเกิดปัญหาทางการเมืองซึ่งประชาชนไม่ยอมรับอำนาจบริหารและนิติบัญญัติ เนื่องจากองค์กรทั้งสองส่วนแทรกแซงอำนาจตุลาการ ซึ่งประชาชนมองว่ากำลังล้มล้างอำนาจที่จะตรวจสอบอยู่ เมื่อเป็นอย่างนี้ประชาชนก็ไม่ยอมรับการใช้อำนาจที่มิชอบและจึงอยากเรียกคืน แต่เรียกคืนในที่นี้มันเดินไปทางการเมืองที่ค่อนข้างสับสนตามปกติที่ไม่สามารถใช้ได้ ถ้ากลับไปใช้แบบเดิมก็จะเกิดปัญหามาวนที่เดิมอีก เงื่อนไขคือเกิดการยุบสภา นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ในการรักษาการ แต่ในประเทศจะขาดผู้บริหารไม่ได้จึงต้องมีการตั้งนายกฯ แต่หากยุบสภาไปแล้วก็ไม่สามารถตั้งนายกฯได้ ดังนั้นประชาชนจึงเสนอช่องทางที่มาจากเขาโดยตรง การเกิดสภาประชาชนจึงติดขัดอยู่ที่เงื่อนไขตรงนี้เพราะยังมีการรักษาการอยู่ แต่อย่างไรเสียสภาประชาชนก็ยังต้องมีนายกฯ แต่ว่าจะยาวนานเท่าใดก็ต้องมี
       
       - รัฐบาลบอกว่ามาตรา 3 ใช้ไม่ได้และได้ยกมาตรา 171 ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง
       รัฐบาลก็บอกว่าจะต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน หรืออะไรก็ตามที่รัฐบาลยกมาคือการไหลไปตามกระบวนการแบบเดิมที่มีอยู่ แต่ว่าประชาชนที่ออกมาเขาไม่ต้องการแบบนั้น ต้องการให้อำนาจย้อนกลับมาที่ประชาชน ประชาชนก็อยากกำหนดใหม่ เช่นจะตั้งสภาประชาชนว่าทำได้หรือไม่แต่ในเงิ่อนไขปกติที่ผ่านมามันไม่สามารถทำได้
       
       - การที่ต่างฝ่ายมองกฎหมายคนละมุมทำให้เกิดปัญหา
       ไม่เป็นไร เป็นเรื่องปกติที่เกิดการโต้เถียงกันแบบนี้สุดท้ายอยู่ที่ว่าประชาชนจะยอมรับหรือเปล่า หลักการของกฎหมายก็คืออยู่ที่ประชาชนยอมรับกฎหมายนั้นหรือไม่ ถ้ากฎหมายออกมาแบบไม่เป็นธรรมประชาชนก็ยอมรับไม่ได้และประชาชนมีหน้าที่ที่จะไม่เคารพกฎหมาย คนที่พูดก็คือโทมัส เจฟเฟอสัน พูดในสมัยที่ประเทศอังกฤษออกกฎหมายภาษีต่างๆที่ประชาชนไม่ยอมรับ แนวคิดนี้เป็นรากฐานของการต่อต้านโดยสันติวิธี ของรัฐธรรมนูญมาตรา 69 อย่างไรก็ดีการใช้รัฐธรรมนูญมันมีมุมทางประวัติศาสตร์ที่เราสามารถจะนำมาใช้ได้หลายอย่าง
       
       - รัฐบาลประกาศยุบสภามาแล้ว สถานการณ์จะไปอย่างไรต่อ
       คงต้องเป็นไปในแนวทางนี้ ยกเว้นแต่เกิดถูกปปช.ชี้มูลปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ก็ตั้งนายกฯใหม่ไม่ได้ การใช้อำนาจต่างๆในทางอื่นก็จะมีปัญหา
       
       - มองสภาประชาชนขณะนี้อย่างไร
       คงจะมีแนวคิดอยู่ แต่อาจยังไม่เผยออกมาถ้าเผยออกมาตอนนี้คงจะสับสน มันเป็นจุดอ่อนที่จะโดนโจมตีมากกว่าที่จะเฉลย สู้ถึงเวลาที่ถึงเวลาแล้วเผยออกมาจะดีกว่าจะลดปัญหาการโต้แย้งไปได้เยอะ ขณะนี้เป็นไปได้ที่อาจจะเกิดสภาประชาชนอยู่ที่เงื่อนไขของประชาชนจะมากน้อยแค่ไหน
       
       - ประเทศอื่นเคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้บ้างหรือไม่
       เคยเกิดขึ้นแต่ไม่ถึงขั้นที่ต้องตั้งสภาประชาชน อาทิในปี 1958 ปัญหาการเมืองในประเทศแอลจีเรีย ปัญหาการเมืองประชาชนขับไล่รัฐบาลฝรั่งเศษ จนเกิดการนองเลือดจนรัฐสภาต้องยอมถอย ให้มีการปฏิรูปวางเงื่อนไขตั้งแต่นั้นมาประเทศฝรั่งเศษก็ไม่ได้มีปัญหาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนประเทศไทยเกิดปัญหาตรงที่ว่ารัฐธรรมนูญเดิมก็ยังอยู่ ประชาชนก็จะเอาแบบนี้ รัฐบาลไม่ยอมออกจากอำนาจ ลักษณะแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเป็นนวัตกรรมใหม่ในบ้านเรา
       
       - หากรัฐบาลไม่ยอมให้เกิดสภาประชาชนเหมือนกับว่าคนเสื้อแดงคงไม่เอาด้วยอาจเกิดปัญหา
        ไม่เอาด้วยก็ไม่เป็นอะไร ปัญหาก็คงไม่เกิดหากไม่มีคนไปปลุกให้ลุกขึ้นมา ปัญหาคือออกมาด้วยความรุนแรงถ้าออกมาด้วยสันติ อหิงสาก็ไม่มีใครว่ามันเป็นสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ที่ผ่านมาเขาใช้วิธีความรุนแรงนำมาเสมอ ต้องออกมาให้ถูกหลักการ
       
       -การหยิบยกมาตรา 7 นายกฯพระราชทานจะแก้ปัญหาการเมืองไทยขณะนี้ได้แค่ไหน
       น่าจะแก้ได้ในระดับหนึ่ง โดยที่ว่ามีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนกลางที่เป็นที่ยอมรับ เป็นคนที่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา รู้โจทย์ว่าแต่ละปัญหาคืออะไร อย่างไรก็ตามจะอาศัยกลไกของนายกฯคนกลางอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยกลไลของสภาด้วย นอกจากนั้นต้องนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กระบวนการยุติธรรม ซึ่งโครงสร้างตรงนี้สำคัญยิ่งกว่าตัวนายกฯ ต้องจัดโครงสร้างการมีส่วนร่วมให้สมดุล ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญฉบับต่างๆต้องยอมรับว่าการออกแบบไม่ได้ดีนัก
       
       - สถานการณ์มาถึงขณะนี้การปฏิรูปดูจะยากกว่าสมัยก่อน เนื่องจากประชาชนเกิดความแตกแยก
       ยากกว่า แต่ว่าข้อดีคือมีจุดเริ่มที่ประชาชนจำนวนมากออกมาเพื่อต้องการการปฏิรูปพูดเป็นเสียงเดียวกันข้อโต้แย้งก็อาจจะลดลง อยู่ที่ฝ่ายผู้มีอำนาจจะยอมแค่ไหน
       
       - การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้หรือยังหากดูในช่วงเวลานี้
       ยังไม่เกิดต้องอาศัยระยะเวลาอีก ติดอยู่ที่ผู้มีอำนาจไม่ยอม มองในส่วนของประชาชนต้องยอมรับว่ายังมองปัญหาการเมืองไม่ขาดและตกผลึก ฉะนั้นการคิดโครงสร้าง รูปแบบ ต้องอาศัยผู้มีความรู้มีความสามารถ คนที่เชี่ยวชาญมาออกแบบ อาศัยคนเป็นล้านมาออกแบบไม่ได้เนื่องจากต่างคนต่างความคิดเห็น ประชาชนจึงต้องมอบความไว้วางในให้แก้ปัญหาให้ อย่างไรก็ตามคงจะไม่ใช่เวลาอันใกล้นี้
       
       - สถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป
       คาดเดาไม่ได้ เพราะต้องดูรัฐบาลเป็นหลัก ฝ่ายประชาชนกดดันให้ลาออกรัฐบาลก็เลือกหลบเลี่ยงไปเรื่อยๆ จะขอโทษก็ไม่ขอโทษ จะทำอะไรก็ไม่ทำ แม้จะถอยก็ไม่ได้ถอยจริง บอกไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ก็ไม่เคยให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ขณะนี้รัฐบาลก็ดูเหมือนว่าจะต้องการการเลือกตั้ง ผมมองว่าไม่ได้ได้เปรียบเท่าใดนัก เข้าใจว่าอาจต้องใช้เงินมหาศาลในการเลือกตั้งคราวนี้
       
       - จำนวนคนหลักล้านกับยุบสภา คุ้มค่าแค่ไหน
       อยากให้มองว่าประชาชนยังได้ไม่ถึงเป้า การบังคับคนหน้าด้านเป็นเรื่องยากถ้าคนมีจริยธรรมมีคุณธรรมออกไปนานแล้ว
       
       - มองการต่อสู้ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาถูกทางแล้วหรือไม่
       เป็นการแสดงออกโดยสันติวิธี แต่จะให้ทำอย่างไรก็คงไม่ได้มากไปกว่านี้ จะว่าไปแล้วคุณสุเทพไม่ได้ล้ำหน้ามวลชนค่อยๆไล่สเต็ปขึ้นมา วิธีที่ประสานกับข้าราชการทั้งหลายก็ดีแต่อาจต้องเป็นทางการ อาจจะได้ประโยชน์ขึ้นมาบ้าง
       
       - การชุมนุมที่ผ่านมาในมุมของประชาชนถือเป็นชัยชนะมากน้อยแค่ไหน
       ชนะครึ่งเดียวถ้าชนะเต็มที่คือต้องได้การปฏิรูปประเทศไทย มองว่าที่ผ่านมาเป็นการแสดงออกที่ชัดเจน บันได 3 ขั้น คือกำขัดเครือข่ายบริวารของทักษิณ ชินวัตร เมื่อจัดการแล้วก็ต้องให้รัฐบาลพ้นจากการรักษาการและตั้งสภาประชาชน สุดท้ายคือการปฏิรูปประเทศ ตอนนี้คงผ่านมาครึ่งเดียวประชาชนต้องอดทน การที่ประชาชนออกมาคือการมองเห็นประเด็นปัญหาร่วมกัน มองว่าต่อไปม็อบก็ยังถูกจุดติดอยู่แต่อาจจำนวนไม่ได้มากตามที่ต้องการได้ ต่อไปอาจจะต้องมีข้อรวบรัดในเรื่องต่างๆมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนฝ่ายรัฐบาลเสียกระบวนท่าไปเยอะแต่ก็ยังไม่แพ้ 
       
       - รัฐบาลมีทางออกทางใดบ้าง
       ทางออกของรัฐบาลมันเลยไปหมดแล้ว ยุบสภาก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา ทางออกของรัฐบาลมีอย่างเดียวคือยอมทำตามที่ประชาชนเรียกร้องจากการรักษาการแล้วคุณจะอยู่ได้คนหนึ่งเทียบกับหลายๆคนที่อยู่ไม่ได้ หากยังดื้อตาใสเหตุการณ์อาจเดินหน้าไปสู่ความรุนแรงอีกในอนาคตได้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
คมสัน โพธิ์คง :ประชาชนมีสิทธิ์ใช้อำนาจตามม. 3ได้
ยกย่อง “ราตรี” วีรสตรี “จิตตนาถ”แนะ“อภิสิทธิ์-สุเทพ”ควรไปกราบเท้าขอขมา
"จิตตนาถ" ตอก "มติชน" โยนบาปคนอ่านอคติ ย้ำปัญหาบทอาเศียรวาทอยู่ที่ "ทัศนคติ" ผู้บริหาร
คำต่อคำ นักวิชาการช่วยแดงหาทางลง-บทเรียนรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในรายการแอน จินดารัตน์
“สงครามครั้งสุดท้ายของทักษิณ ถ้าแพ้ก็จบ” ... มุมมอง อดีต ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ต่อสถานการณ์ “มีนาเดือด”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 46 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 44 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
4 %
ความคิดเห็นที่ 4 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เยี่ยมมากเลยคับอาจารย์
bts
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดตาม ข้อคิดเห็น และ การให้ความรู้ทางกฎหมาย-การเมือง การปกครองของอาจารณ์ คมสันต์ โพธิคงเสมอ ให้กำลังใจ อ.คมสันต์ ครับ(โดยเฉพราะ ตอนฉะ เป็ดเหลิมบนเวที อนุเสาวรีย์ฯ)
คนอุดรฯ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศที่เจริญมากๆเช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ นอร์เวย์ สวีเดน ประชาชนของเขาไม่ยอมให้มีคอรัปชั่นในประเทศของเขา แต่ประเทศไทยประชาชนคนไทยยอมรับคอรัปชั่นใด้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงเป็นประเทศหนึ่งที่ติดอันดับคอรัปชั่นมากๆของโลก อีกอย่างหนึ่ง ประชาชนของประเทศที่เจริญแล้วเขายอมรับอำนาจ ศาล ตุลาการ อัยการ และตำรวจ เพราะเขาไม่มีการติดสินบนและเขาเกรงกลัวต่อการกระทำผิดกฏหมาย แม้แต่ประมุขของประเทศที่เจริญแล้วยังต้องติดคุกเมื่อทำผิดกฏหมาย ดังนั้นเมืองไทยสมควรเอาเยี่ยงอย่าง
vichai
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดตาม ข้อคิดเห็น และ การให้ความรู้ทางกฎหมาย-การเมือง การปกครองของอาจารณ์ คมสันต์ โพธิคงเสมอ ให้กำลังใจ อ.คมสันต์ ครับ(โดยเฉพราะ ตอนฉะ เป็ดเหลิมบนเวที อนุเสาวรีย์ฯ)
คนอุดรฯ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าอำนาจไม่ใช่เป็นของประชาชนแล้ว จะเป็นของใครล่ะครับ?
ฟันธง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เยี่ยมมากเลยคับอาจารย์
bts
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทางออกของรัฐบาลมันเลยไปหมดแล้ว ยุบสภาก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา ทางออกของรัฐบาลมีอย่างเดียวคือยอมทำตามที่ประชาชนเรียกร้องจากการรักษาการแล้วคุณจะอยู่ได้คนหนึ่งเทียบกับหลายๆคนที่อยู่ไม่ได้ หากยังดื้อตาใสเหตุการณ์อาจเดินหน้าไปสู่ความรุนแรงอีกในอนาคตได้
ถูกต้อง 100%
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่างที่อาจารย์มีชัยท่านบอกคือนายกรัฐมนตรีไม่รักษาการได้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

นางและครม.ไม่ควรรักษาการด้วยเพราะเป็นโมฆะกันทั้ง ครม.แล้ว เมือประกาศไม่รับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ทำไมต้องให้เครดิตนางมากมาย หากทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าควรจะวางกฏกติกาใหม่สำหรับนักการเมืองก็เดินหน้าตั้งสภาประชาชน (หรือสภาปฏิรูป) ได้เลยรวมทั้งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ตามมาตรา ๓ และ มาตรา ๗
คนกรุงเทพ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชื่นชมท่านอาจารย์ครับ ติดตามอยู่เสมอ
ขรก รักชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013